Thai  Eng
เมนูหลัก
   หน้าแรก
   ข่าวผ้าไหมไทย
   บทความและสาระน่ารู้
   หมวดสินค้าผ้าไหมไทย
   ร้านค้าสมาชิกผ้าไหมไทย
   เว็บบอร์ดผ้าไหมไทย
   เกลอรี่ภาพผ้าไหมไทย
   สารบัญเว็บภูมิปัญญาไทย
----------------------------------------
   เกี่ยวกับเรา
   ติดต่อเรา
   วิธีการสั้งซื้อสินค้า
   วิธีการชำระเงิน
   การรับประกันสินค้า
   การส่งสินค้า
   ประมวลภาพการผลิต
   สมัครสมาชิก
   สิทธิประโยชน์ของสมาชิก
----------------------------------------

 

 

 
 


 
ข้อมูลเกี่ยวกับหม่อนที่เป็นอาหารของหนอนไหม
 
 
  หม่อนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morus sp
ชื่อสามัญ คือ mulberry อยู่ในวงศ์ Moraceae หม่อนเป็นพืชอาหารตามธรรมชาติชนิดเดียว ของหนอนไหม และเป็นหัวใจสำคัญของการ ประกอบอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปริมาณ ผลผลิตและคุณภาพรังไหมจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่ กับคุณภาพใบหม่อน หม่อนเป็นพืชที่มีอายุนาน 80-100 ปี ถ้าไม่ได้รับความกระทบ กระเทือน จากการเก็บเกี่ยวหรือโรค แมลงศัตรู สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึง เขตร้อน หม่อนที่เกิดในเขตอากาศหนาว จะหยุดพักตัวไม่เจริญเติบโต นับตั้งแต่ ปลายฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูใบไม้ผลิ

พันธุ์หม่อนที่นิยมในปัจจุบันได้แก่


1.พันธุ์ หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 51
ประวัติ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างหม่อนพันธุ์ Luin Jio No.40 (เพศเมีย จากสาธารณรัฐประชาชนจีน) ที่มีคุณสมบัติออกรากยาก กับหม่อนน้อย (เพศผู้) ที่สถานีทดลองหม่อนไหมบุรีรัมย์
ลักษณะเด่น
ขยายพันธุ์ง่าย สามารถใช้ท่อนพันธุ์ปลูกในแปลงโดยตรง หรือปักชำก่อนปลูก
- มีความทนทานต่อสภาวะแห้งแล้งได้ดีกว่า หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60
- ข้อถี่ ก้านใบสั้น ใบอ่อนนุ่ม คุณภาพดี เหมาะสำหรับเลี้ยงไหม
- ต้านทานโรคใบด่างปานกลาง - ทรงต้นตั้งตรง สะดวกต่อการเขตกรรม
- ให้ผลผลิตสูงปานกลาง ในสภาพท้องถิ่นประมาณ 1,960 ก.ก./ไร่

2.พันธุ์หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60

ประวัติ ได้จากการรผสมพันธุ์ระหว่างหม่อนพันธุ์ หมายเลข 44 (เพศเมีย จากสาธารณรัฐประชาชนจีน) กับหม่อนน้อย (เพศผู้) ที่สถานีทดลองหม่อนไหมบุรีรัมย์
ลักษณะเด่น
ขยายพันธุ์ง่าย ด้วยการใช้ท่อนพันธุ์ปลูกในแปลงโดยตรง หรือปักชำก่อนปลูก
- ผลผลิตใบหม่อนต่อไร่สูง เฉลี่ย 4,328 กิโลกรัมต่อไร่ต่อป
ี - เจริญเติบโตได้ดีกว่าหม่อนพื้นเมืองในทุกฤดูกาล
- ก้านใบใหญ่ ยาว และแข็ง เหมาะกับการเลี้ยงไหมแบบกิ่ง
- ใบอ่อนนุ่ม หนาปานกลาง ทำให้เหี่ยวช้า
- ทรงต้นตั้งตรง สะดวกต่อการเขตกรรม
- ต้านทานต่อโรคใบด่าง
ข้อจำกัด
-พักตัวเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสต่อเนื่องกันนานกว่า 7 วัน
- เหมาะสำหรับการปลูกในเขตชลประทาน เนื่องจากใบจะร่วงได้ง่าย เมื่ออยู่ในสภาพขาดน้ำ

 
3.หม่อนพันธุ์ศรีสะเกษ 33 (ศก.33)
ประวัติ หม่อนสายพันธุ์ ศก.33 เป็นพันธุ์ลูกผสมเปิดของหม่อน Jing Mulberry เริ่มดำเนินการคัดเลือกตั้งแต่ปี 2528
จนได้พันธุ์ที่มีความต้านทานโรคใบด่าง ผลผลิตดี เหมาะสมกับการเลี้ยงไหมช่วยให้เกษตกรมีทางเลือกและเป็นการแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าได้
ลักษณะเด่น
-ต้านทานต่อโรคใบด่างดีกว่าพันธุ์บุรีรัมย์ 60
-มีผลผลิตใบหม่อนไม่แตกต่างจากพันธุ์บุรีรัมย์
-มีปริมาณโปรตีนใยใบสูงกว่าพันธุ์บุรีรัมย์ 60
- ใบหม่อนมีการร่วงช้ากว่าพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ทำให้อายุการเก็บเกี่ยวได้นาน

 
 
ที่มาของข้อมูล กรมส่งเสริมการเกษตร
 
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โดย
comspacesystems.com

Copyright © SilkThailand.com All rights reserved.
E-mail : info@silkthailand.com
ข้อตกลงการใช้บริการ  นโยบายสิทธิส่วนบุคคล